[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 


บทความทั่วไป
วันตรุษจีน

ศุกร์ ที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ.2555

ตำนานวันตรุษจีน

          ตรุษจีน เป็นวันสำคัญของจีนที่มีมาแต่โบราณที่เรียกว่า กว้อชุนเจี๋ยหรือ กว้อเหนียนเล่ากันว่าในสมัยโบราณ ในป่าทึบแห่งหนึ่ง มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและน่ากลัวมากตัวหนึ่ง เรียกว่า เหนียนมันออกอาละวาดกินคนเป็นประจำ พระเจ้าจึงลงโทษมัน อนุญาตให้มันลงมาจากเขาได้เพียงหนึ่งครั้งใน 365 วัน ดังนั้น เมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาใกล้ เหนียน ก็จะออกมาทำร้ายผู้คน เพื่อป้องกันการมาของเหนียน ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างสะสมเสบียงอาหาร และกับข้าวจำนวนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อถึงตอนค่ำของวันที่ 30 เดือน 12 ก็จะปิดประตูและหน้าต่างเอาไว้ ไม่หลับไม่นอนตลอดคืน เพื่อต่อสู้กับ เหนียน จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อ เหนียน กลับไปแล้ว ทุก ๆ ครัวเรือนก็จะเปิดประตูออกมาแสดงความยินดีต่อกัน ที่โชคดีไม่ได้ถูก เหนียน ทำร้าย

          ต่อมาพบว่า เหนียน มีจุดอ่อน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังหวดแส้เล่นกัน เมื่อ เหนียน ได้ยินเสียงแส้ดังเปรี้ยงปร้างก็เลยตกใจเผ่นหนีไป เมื่อ เหนียน ไปถึงหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง เห็นมีชุดเสื้อผ้าสีแดงตากอยู่หน้าบ้านของครอบครัวหนึ่ง สีแดงฉูดฉาดนั้น ทำให้ เหนียน ตกใจและเผ่นหนีไปอีก เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งที่สาม ปรากฏว่าไปพบเห็นกองเพลิงกองหนึ่งบนถนน แสงเพลิงที่เจิดจ้าทำให้ เหนียน ต้องเผ่นหนีไปอีก ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนต่างรู้ว่า แม้ว่า เหนียน จะดุร้ายแต่มันก็กลัวสีแดง เสียงดัง และไฟ ทำให้ผู้คนสามารถคิดหาวิธีกำจัด เหนียน ได้โดยไม่ยากนัก

          เมื่อวันส่งท้ายตรุษจีนเวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างนำกระดาษสีแดงมาติดไว้บนประตูหน้าบ้าน แขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับจุดประทัดและตีฆ้องรัวกลองอย่างต่อเนื่อง เมื่อ เหนียน มาถึงในตอนเย็น เห็นทุก ๆ ครัวเรือนมีแสงไฟสว่างไสว มีเสียงประทัดดังสนั่นจึงตกใจเผ่นหนีกลับเข้าป่าไป และไม่กล้าออกมาอาละวาดอีก ทุก ๆ คนจึงผ่านพ้นคืนแห่งอันตรายไปอย่างปลอดภัย เมื่อฟ้าสางแล้ว ผู้คนจึงออกมาจากบ้าน กล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข พร้อมกับการนำอาหารออกมารับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน

          ต่อมา วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็นวันเฉลิมฉลองที่มีแต่ความสุขที่เรียกกันว่า "ตรุษจีน"

 

ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน
 ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัย และคำว่า สี่
        
ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่า ๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

 ไม่ร้องไห้
          หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน

 แต่งกายสะอาด แต่ไม่ควรสระผม

          การแต่งกายและความสะอาด ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลนี้ สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี

 ปรึกษาชินแสเกี่ยวกับการเดินออกจากบ้าน
          ตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมาก ๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อเป็นความเป็นสิริมงคล

 บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก 
          ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

 ห้ามเข้าไปในห้องนอนคนอื่น
          การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษถือเป็นโชคร้าย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก

 ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษ
          เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมาแต่ทุกคนก็ยังคงยึดถือ และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อนเป็นการแสดงถึงความเป็น ครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน

 

ประเพณีตรุษจีนในประเทศไทย

วันตรุษจีน นับได้ว่าเป็นวันที่มีความสำคัญมากวันหนึ่งของชาวจีน เนื่องจากวันตรุษจีนเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนในจีนแผ่นดินใหญ่และชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก โดยเทศกาลนี้เริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ ซึ่งในปีนี้วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 23 มกราคม 2555
          สำหรับปีใหม่จีนนี้ ก็เช่นเดียวกับปีใหม่ของตะวันตก เนื่องจากถือว่าเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในปีต่อไป ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวจีนทั่วไปที่จะมีการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เพื่อปัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากบ้าน และต้อนรับสิ่งดี ๆ เข้ามา นอกจากนี้ วันตรุษจีนยังถือได้ว่าเป็นวันที่ชาวจีนได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและสรรพสิ่ง รวมทั้งเป็นวันที่ทุกคนจะได้รวมญาติ ได้พบปะญาติพี่น้องมากมายอีกด้วย ดังนั้น วันตรุษจีนจึงถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมาก และจะมีการเฉลิมฉลองของชาวจีนและชาวจีนโพ้นทะเลไปทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาล ภูฐาน รวมถึงในประเทศไทย ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน
          สำหรับในประเทศไทย จะถือปฏิบัติกันอยู่ 3 วันสำคัญ คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว
          1. วันจ่าย คือวันก่อนวันสิ้นปี ซึ่งเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน
          2. วันไหว้ คือ วันสิ้นปี โดยในวันไหว้จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ
          ตอนเช้ามืด ไหว้ "ไป่เล่าเอี๊ย" เป็นการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ โดยมีเครื่องไหว้ คือเนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ) ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่ม ตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) ก็ได้ และที่ขาดไม่ได้คือ เหล้า, น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
          ตอนสาย จะไหว้ "ไป่แป๋บ้อ" คือ การไหว้บรรพบุรุษ หรือญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน โดยการไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยงวัน เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ จากนั้นญาติพี่น้องจะมาร่วมกันทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด โดยจะมีการแจกอั่งเปาหลังจากทานอาหารร่วมกันแล้ว
          ตอนบ่าย จะไหว้ "ไป่ฮ่อเฮียตี๋" เป็นการไหว้ผีพี่น้องและผีไร้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัด เพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อความเป็นสิริมงคลนั่นเอง

          3. วันเที่ยว หรือ วันถือ ซึ่งก็คือวันขึ้นปีใหม่ หรือเรียกว่า วันชิวอิก วันนี้ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมา คือ "ไป่เจีย" เป็นการไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยการมอบส้มสีทองให้ 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย โดยเหตุที่ให้ส้มก็เพราะ คำว่า ส้ม นั้น ออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กิก" () ซึ่งไปพ้องกับคำว่า ความสุขหรือโชคลาภ () เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำความสุขหรือโชคลาภไปให้ เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือ คือเป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น งดพูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น
การไหว้เจ้าที่ และ ไหว้บรรพบุรุษ 

ของไหว้เจ้าที่ประกอบด้วย
          ของคาว ประกอบไปด้วย หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา แล้วแต่ว่าจะไหว้มากหรือน้อย หากไหว้ 3 อย่างเรียกว่า ชุดซาแซ ซึ่งมี หมู เป็ด ไก่ ส่วนการไหว้ 5 อย่างเรียกว่า ชุดโหงวแซ ซึ่งมี หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา

          ขนมไหว้ ประกอบไปด้วย ฮวกก้วยหรือขนมถ้วยฟู, คักท้อก้วยหรือขนมกุยช่าย (เป็นไส้ชนิดใดก็ได้), ขนมจันอับ, ซาลาเปา ซึ่งขนมไหว้นี้ต้องมีสีชมพูหรือมีแต้มจุดแดง
          ขนมไหว้พิเศษ ขนมเข่ง ขนมเทียน ต้องมียืนเป็นหลัก
        ผลไม้ ส้ม, กล้วยทั้งหวีเลือกเขียว ๆ , องุ่น, แอ๊ปเปิ้ล, ชมพู่, ลูกพลับ
        เครื่องดื่ม น้ำชา 5 ที่ หากมีไหว้ของคาวจะไหว้เหล้าด้วยก็ได้ จัด 5 ที่เช่นกัน
          กระดาษเงิน กระดาษทอง ชุดไหว้เจ้าที่
          จำนวนธูปไหว้ คนละ 5 ดอก
          หมายเหตุ จำนวนชนิดของขนมไหว้ นิยมให้สอดคล้องกับของคาว เช่น ไหว้ของคาว 3 อย่าง ขนม 3       อย่าง และผลไม้ 3 อย่าง

ของไหว้บรรพบุรุษประกอบด้วย
          ของคาว ประกอบไปด้วย หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา แล้วแต่ว่าจะไหว้มากหรือน้อย หากไหว้ 3 อย่างเรียกว่า ชุดซาแซ ซึ่งมี หมู เป็ด ไก่ ส่วนการไหว้ 5 อย่างเรียกว่า ชุดโหงวแซ ซึ่งมี หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา
       กับข้าว นิยมจัด 8 อย่าง หรือ 10 อย่าง โดยให้มีของน้ำ 1 อย่าง
         ข้าว ข้าวสวยใส่ชามพร้อมตะเกียบ จำนวนชุดตามจำนวนบรรพบุรุษ นิยมนับถึงแค่รุ่นปู่ย่า
       ขนมไหว้ ประกอบไปด้วย ฮวกก้วยหรือขนมถ้วยฟู, คักท้อก้วยหรือขนมกุยช่าย (เป็นไส้ชนิดใดก็ได้), ขนมจันอับ, ซาลาเปา ซึ่งขนมไหว้นี้ต้องมีสีชมพูหรือมีแต้มจุดแดง
       ขนมไหว้พิเศษ ขนมเข่ง ขนมเทียน ต้องมียืนเป็นหลัก
       ผลไม้ ส้ม, กล้วยทั้งหวีเลือกเขียว ๆ , องุ่น, แอ๊ปเปิ้ล, ชมพู่, ลูกพลับ
       เครื่องดื่ม น้ำชา 5 ที่ หากมีไหว้ของคาวจะไหว้เหล้าด้วยก็ได้ จัด 5 ที่เช่นกัน
         กระดาษเงิน กระดาษทอง ต้องมี
"อ่วงแซจิ่ว" สำหรับใบเบิกทางให้บรรพบุรุษลง มารับของไหว้ ทองแท่งสำเร็จรูป แบงก์กงเต็ก ค้อซี ฯลฯ จะมากหรือน้อยแล้วแต่เรา
          จำนวนธูปไหว้ คนละ 3 ดอก


 ขอบคุณ http://www.chanforchan.com
             http://hilight.kapook.com/view/19791

เข้าชม : 530

บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      วันตรุษจีน 20 / ม.ค. / 2555
      วิธีทำขนมนางเล็ด 12 / มิ.ย. / 2554




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้ง ที่นี่ เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


กศน.ตำบลสำโรง อำเภอปักธงชัย  จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ 0810738026  E-mail : nfe_samrong01
@hotmail.com
Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.04tb    Admin